โด่ไม่รู้ล้ม

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Elephantopus  scaber  L.

ชื่ออื่น :  หงู๊โค่ยโปว หนาดผา เคยโป้ หญ้าไก่นกคุ่ม หญ้าปราบ หญ้าสามสิบสองหาบ หญ้าไฟนกคุ้ม (ภาคเหนือ)  ตะชีโกวะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ขี้ไฟนกคุ่ม (เลย) คิงไฟนกคุ่ม (ชัยภูมิ) หนาดมีแคลน (สุราษฎร์ธานี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก ลำต้นสั้น กลม ชี้ตรง สูง 10-30 เซนติเมตร ตามผิวลำต้น และใบมีขนสีขาวตรงละเอียด ห่าง สาก ทอดขนานกับผิวใบ ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว อยู่บริเวณเหนือเหง้า ติดเป็นวงกลมเรียงสลับชิดกัน คล้ายแบบกระจุกกุหลาบซ้อนที่โคนต้น ใบรูปหอกกลับ หรือรูปไข่แกมใบหอกกลับ แผ่นใบยาว 8-20 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ส่วนที่ค่อนไปทางปลายใบ ผายกว้าง แล้วสอบแหลมทู่ๆ ส่วนโคนใบสอบแคบจนถึงก้านใบ ผิวใบมีขนสากทั้งสองด้าน ท้องใบมีขนมากกว่าหลังใบ ขนตรงห่างสีขาว และขนต่อม ห่าง ขอบใบหยักมน หรือจักฟันเลื่อยห่างๆ เส้นแขนงใบมี 12-15 คู่ ใบมักแผ่ราบไปกับพื้นดิน เนื้อใบหนาสาก ก้านใบยาว 0.5-2 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านใบ ดอกช่อแทงออกจากกลางต้น ช่อดอกรูปขอบขนาน มี 4 ดอกย่อย ยาว 8-10 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร ดอกย่อยขนาดเล็ก ดอกรูปหลอดสีม่วง หลอดกลีบดอกยาว 3-3.5 มิลลิเมตร เกลี้ยง ปลายกลีบดอกยาว 1.5-2 มิลลิเมตร ไม่มีขน เกสรเพศผู้สีเหลือง มีอับเรณูยาว 2.2-2.3 มิลลิเมตร ปลายแหลม ฐานเป็นติ่งแหลม ก้านชูอับเรณูยาว 1.5-1.7 มิลลิเมตร เกสรเพศเมียมีก้านเกสรยาว 7-8 มิลลิเมตร ยอดเกสรยาว 0.5-0.6 มิลลิเมตร มีขนที่ปลายยอดและสิ้นสุดที่รอยแยก แต่ละช่อย่อยมาอยู่รวมกันเป็นช่อกระจุกกลมที่ปลายก้านดอก บริเวณโคนกระจุกดอกมีใบประดับแข็งรูปสามเหลี่ยม แนบอยู่ 3 ใบ ยาว 1-2 เซนติเมตร กว้าง 0.5-1.5 เซนติเมตร ขอบเรียบ ปลายเรียวแหลม ผิวใบทั้งสองด้านมีขนตรงสีขาว ออกที่ปลายยอดแบบช่อแยกแขนง ก้านช่อดอกยาวถึง 8 เซนติเมตรมีขนสากๆทั่วไป ฐานรองดอก แบน เกลี้ยง เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-0.7 มิลลิเมตร วงใบประดับรูปขอบขนาน มี 2 ชั้น สูง 7-10 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร  ใบประดับรูปใบหอก ผิวด้านนอกมีขนตรง และที่ขอบมีขนครุย ชั้นนอกรูปใบหอก ยาว 4-6 มิลลิเมตร กว้าง 0.5-1.5 มิลลิเมตร ปลายแหลม ชั้นที่ 2 รูปขอบขนานยาว 8-10 มิลลิเมตร กว้าง 1-2 มิลลิเมตร ปลายแหลม แพปพัส สีขาวเป็นเส้นตรงแข็งมี 5 เส้น เรียง 1 ชั้น ยาว 5-6 มิลลิเมตร ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก ผลเล็กเรียว รูปกรวยแคบ ผิวด้านนอกมีขนหนาแน่น ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร กว้าง 0.4-0.5มิลลิเมตร ไม่มีสัน พบขึ้นตามป่าโปร่งที่ดินค่อนข้างเป็นทรายทั่วๆไปในป่าเต็งรัง ป่าดิบ และป่าสนเขาทุกภาคของประเทศไทย และประเทศเขตร้อนทั่วโลก

ขยายพันธุ์ : ใช้เมล็ด ออกดอกช่วงเดือนสิงหาคม-มกราคม

สรรพคุณทางยา :

– รากและใบ นำมารวมกันต้มเป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้อาการท้องร่วง แก้บิด กระเพาะเป็นแผลบรรเทาอาการ อาการเจ็บหน้าอก กินแก้กามโรคในสตรี เป็นยาปฏิชีวนะก็ได้

– ต้น ถ้านำมาต้มทั้งต้นเลยจะเป็นยาแก้ไอ วัณโรค แก้อักเสบ แก้ไข้ ห้ามเลือดกำเดาเป็นยาฝาดสมาน เหน็บชา นิ่ว ท้องมาน ใช้บำรุงหัวใจก็ได้ หรือขับน้ำเหลืองเสีย

– ใบ นำมาสด ๆ มาต้มกับน้ำมะพร้าวใช้รักษาโรคผิวหนังหรือแผลต่าง ๆ

– ลำต้นและใบ เอามาต้มรวมกันจะเป็นยาบำรุงเลือดได้ดีมากทำให้อยากอาหารเหมาะสำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ

– ราก ถ้าตำผสมกับพริกไทยจะแก้อาการปวดฟันหรือนำมาต้มรับประทานหลังคลอดบุตรแก้อาเจียนได้

ข้อห้ามใช้ :  ห้ามใช้ในผู้หญิงท้อง และผู้ที่อาการกลัวหนาว แขนขาเย็น ไม่กระหายน้ำ ชอบดื่มของร้อน ปวดท้อง ท้องร่วง ปัสสาวะและปริมาณมาก มีชั้นฝ้าบนลิ้นขาวและหนา

ตำหรับยา :
1. เลือดกำเดาออก ให้ใช้ต้นสด 30-60 กรัมต้มกับเนื้อหมูแดงพอประมาณแล้วทานติดต่อกัน 3-4 วัน (ถ้าเป็นต้นแห้งให้ใช้ 10-15 กรัม)
2. โรคดีซ่าน ใช้ต้นสด 120-240 กรัม ต้มกับเนื้อหมูกินติดต่อกัน 4-5 วัน
3. ท้องมาน ใช้ต้นสด 60 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่มเช้าเย็นหรือตุ๋นกับเนื้อหมูทานก็ได้
4. เหน็บชา ใช้ต้นสด 30-50 กรัม ผสมกับเต้าหู้ 60-120 กรัม หรือตุ๋นนำมาทานแก้ได้
5. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ใช้ต้นสด 30 กรัมต้มผสมน้ำดื่ม
6. นิ่ว ใช้ต้นสด 90 กรัม ต้มผสมกับเนื้อหมู 120 กรัม ใส่เกลือเล็กน้อยทาน 4 ครั้ง
7. ทอนซิลอักเสบหรือเจ็บคอ ให้ใช้ต้นที่แห้ง 6 กรัมนำมาแช่น้ำร้อน 300 มล. ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วดื่ม หรืออาจทำเป็นเม็ดทานก็ได้
8. ฝีบวมหรือฝีหนอง ใช้ต้นสดตำใส่เกลือ และน้ำส้มสายชู นำไปพอกตรงบริเวณที่เป็นนั้น

ข้อมูลทางคลีนิค :
1. อักเสบจากการติดเชื้อชนิดต่าง ๆ โดยใช้สารสกัดความเข้มข้น 3 กรัม/มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งละ 2 มล. วันละ 2-3 ครั้งในคนไข้ 112 รายซึ่งหลอดลมอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ลำไส้อักเสบ ฯลฯ พบว่าได้ผลดี 68 ราย ดีขึ้นชั่วคราว 38 ราย ไม่ได้ผลเลย 6 ราย
2. แผลเปื่อยในปาก ใช้ต้นแห้ง 30 กรัม ต้มน้ำดื่มวันละครั้ง ในคนไข้ 22 ราย หายจากอาการ 18 ราย เฉลี่ยแล้วอาการดีขึ้นคือ 3 วันและติดตามมาเป็น 3 เดือน ผลปรากฏว่าผู้ป่วยทุกคนไม่มีอาการเกิดขึ้นอีก แต่พบว่ามีอาการรู้สึกไม่สบายท้อง

องค์ประกอบทางเคมี : Crepiside E, cynaropicrin deacyl; cyanaropicrin-3-β-D-glucopyranoside deacyl; dotriacontan-1-ol; elephantopin, 11-13-dihydro-deoxy; elephantopin, 11-13-dihydro; elephantopin deoxy; elephantopin, iso-deoxy; friedelanol, epi; friedelinol, epi; lupeol; stigmasterol; stigmasterol3-O- β-D-glucoside; triacontan-1-ol; zaluzanin C, gluco; scabertopin

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา : ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งเชื้อไวรัส ต้านความเป็นพิษต่อตับ ลดไข้ ลดการอักเสบ ลดความดันโลหิตและยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก กระตุ้นมดลูก ยับยั้งเอนไซม์ reverse transcriptase, glutamate-oxaloacetate-transaminase และ glutamate-pyruvate-transaminase

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ผักเป็นยา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s