เสลดพังพอนตัวเมีย

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Clinacanthus nutans (Burm.f) Lindau.

ชื่ออื่น :  ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่) พญาปล้องดำ (ลำปาง) พญาปล้องทอง (ภาคกลาง) ลิ้นมังกร โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง) เสลดพังพอนตัวเมีย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่มเลื้อย ลำต้นและกิ่งก้านสีเขียว ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปรีแคบขอบขนาน กลีบดอกสีแดงส้ม โคนกลีบดอกติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ขึ้นตามป่า หรือปลูกกันตามบ้าน ขยายพันธุ์โดยวิธีปักชำ เสลดพังพอนมีชื่อพ้องกัน คือ เสลดพังพอนตัวผู้ และเสลดพังพอนตัวเมีย แต่ต่างกันที่เสลดพังพอนตัวผู้มีหนาม สรรพคุณอ่อนกว่าเสลดพังพอนตัวเมีย เพื่อไม่ให้สับสนจึงเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า พญายอ และตำรายาไทยนิยมนำมาทำยา
ส่วนที่ใช้ : ส่วนทั้ง 5  ใบสด  ราก

สภาพแวดล้อม : เสลดพังพอนตัวเมีย เป็นพืชที่พบขึ้นตามป่าและปลูกกันตามบ้าน ขึ้นได้แทบทุกที่ ทั้งในที่ร่มรำไรหรือแดดจัด แต่เมื่ออยู่ในแดดรำไร่คุณภาพเมื่อเก็บเกี่ยวเป็นวัตถุดิบทำยาจะดีกว่า ใบจะใหญ่ สีเขียวเข้ม ถ้าอยู่กลางแดดใบจะเล็ก และงามแค่หน้าฝน ช่วงท้ายฝนถ้าไม่ได้น้ำใบจะร่วงหมด เสลดพังพอยตัวเมียที่อยู่ในแดดจัด เมื่อเก็บไปตากแห้งใบจะมีสีเหลืองไม่สวย

การขยายพันธุ์ : ใช้กิงปักชำ ให้เลือกกิ่งที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป ตัดกิ่งให้ยาวคืบเศษ มีตาติดอยู่ 2-3 ตา ลิดใบส่วนล่างออกเหลือใบส่วนบนไว้บ้างเพื่อช่วยในการเกิดราก ปักกิ่งชำในถุงเพาะชำให้ฝังดิน 1 ข้อ หรือลึกประมาณ 3 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อกิ่งชำแตกรากและใบอ่อน อายุประมาณ 20-30 วัน ก็ย้ายปลูกได้

เหมาะ จะปลูกเป็นพืชแซมเพื่ออาศัยร่มเงาของไม้ใหญ่หรือไม้ผล ปลูกในฤดูฝน ขุดหลุ่มปลูกกว้าง 10-15 ซม. ลึก 10 ซม. ระยะห่างระหว่างต้น ระหว่างแถว 80 x 80 ซม. ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักกรองก้นหลุมแล้วย้ายกิ่งชำมาปลูกหรือจะตัดกิงมาปักลง ในหลุมเลยก็ได้

หลังจากย้ายปลูก ถ้าฝนไม่ขตก ควรหมั่งรดน้ำจนกว่ากิ่งชำจะตั้งตัวได้ หลังจากนั้นก็ดูแลอย่าให้ดินขาดความชื้นก็พอ เสลดพังพอนตัวเมียเป็นไม้กึ่งพาดกึ่งเลื้อย ไม่ถึงกับเลื้อยพัน แต่ค่อนข้างเกะกะ บ้างครั้งต้องใช้ไม้ปักช่วยพยุงลำต้น

เรื่องโรคแมลงแทบไม่จำเป็นต้องดูแล ส่วนการใส่ปุ๋ยในการปลูก ถ้าดินอุดมสมบรูณ์อยู่แล้ว ไม่ค่อยจำเป็น แต่หลังการเก็บเกี่ยวควรใส่ปุ๋ยคอกเพื่อช่วยให้แตกกิ่งใบเร็วขึ้น

เก็บเกี่ยว : เสลดพังพอนตัวเมีย ควรมีอายุ 6 เดือนขึ้นไปจึงค่อยเก็บเกี่ยวจะได้น้ำหนักดี ถ้าใช้วิธีทะยอยเก็บใบไปเรื่อยๆ ก็ให้เก็บใบที่อยู่ใต้ยอดลงมาสัก 2 ปล้อง แต่ถ้าเก็บให้ได้ปริมาณมากและสะดวกรวดเร็ว ก็ให้ตัดเหนือโคนต้นประมาณ 10 ซม. แล้วมาลิดเอาใบ ถ้าใส่ปุ๋ยคอก ให้ใส่หลังเก็บเกี่ยวอีก 3-5 เดือน ก็เก็บได้อีก

สรรพคุณทางยา :

ส่วนทั้ง 5  –   ใช้ถอนพิษ โดยเฉพาะพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ตะขาบ แมลงป่อง รักษาอาการอักเสบ งูสวัด ลมพิษ แผลน้ำร้อนลวก

ใบ – นำมาสกัดทำทิงเจอร์และกรีเซอรีน ใช้รักษาแผลผิวหนังชนิดเริ่ม Herpes และรักษาแผลร้อนในในปาก Apthous ตับพิษร้อน แก้แผลน้ำร้อนลวก

ราก  – ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ ขับประจำเดือน แก้ปวดเมื่อยบั้นเอว

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

รักษาอาการอักเสบ ถอนพิษ รักษาแผลร้อนในในปาก เริม งูสวัด
– ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมียสด 10-20 ใบ (เลือกใบสีเขียวเข้มสดเป็นมันไม่อ่อนไม่แก่จนเกินไป)นำมาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำมะนาว คั้นเอาน้ำดื่มหรือเอาน้ำทาแผลและเอากากพอกแผล
– ใช้ใบเสลดพังพอน 1,000 กรัม หมักใน alcohol 70 % 1,000 ซีซี. หมักไว้ 7 วัน นำมากรองแล้วเอาไประเหยให้เหลือ 500 ซีซี. เติม glycerine pure ลงไปเท่ากับจำนวนที่ระเหยไป (500 ซีซี.) นำน้ำยาเสลดพังพอนกรีเซอรีนที่ได้ทาแผลเริม งูสวัด แผลร้อนในปาก ถอนพิษต่างๆ

ทาบริเวณที่แมลงสัตว์กัดต่อยเป็นผื่นคัน
– ใช้ใบสด 5-10 ใบ ตำขยี้ทาบริเวณที่เป็นแผลที่แพ้ จะยุบหายได้ผลดี

แก้แผลน้ำร้อนลวก
– ใช้ใบตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกหรือไฟไหม้ แผลจะแห้ง
– นำใบมาตำให้ละเอียดผสมกับสุรา ใช้พอกบริเวณที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก มีสรรพคุณดับพิษร้อนได้ดี

สารเคมี :
ราก  พบ Betulin, Lupeol, β-sitosterol
ใบ  พบ Flavonoids

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s